ประกาศความเป็นส่วนตัว
ของบริษัท ดิจิตอล คอมเมิร์ซ จำกัด
สำหรับลูกค้า
ประกาศ ณ วันที่ 01/09/2026
บริษัท ดิจิตอล คอมเมิร์ซ จำกัด (ต่อไปนี้จะเรียกรวมว่า “บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญและหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 โดยให้ความสำคัญในการเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัว และมุ่งมั่น ที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความปลอดภัย บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ประกาศ”) เพื่อแจ้งและอธิบายให้ท่านทราบว่า บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร รวมถึงสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. นิยาม
| หัวข้อ | ความหมาย |
| “บริษัท” | หมายถึง บริษัท ดิจิตอล คอมเมิร์ซ จำกัด |
| “สินค้า หรือบริการ” | หมายถึง สินค้า หรือบริการที่บริษัทได้จัดส่งหรือให้บริการกับลูกค้า |
| “ลูกค้า” | หมายถึง บุคคลที่สนใจซื้อสินค้า หรือใช้บริการของบริษัท |
| “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” | หมายถึง บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย |
| “ข้อมูลส่วนบุคคล” | หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้น |
| “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มี ความอ่อนไหว” |
หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ ได้แก่ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันที่กฎหมายกำหนด |
| “กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” | หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายลำดับรองที่อาศัยอำนาจพระราชบัญญัติดังกล่าวในการตราขึ้น และให้หมายความรวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ในอนาคต |
| “สำนักงาน” หรือ “สคส.” | หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล |
2. ประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บข้อมูล
| ประเภทเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล | ความหมาย |
| “ลูกค้า” |
|
| “ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า” |
|
3. วิธีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทโดยตรง
เมื่อท่านติดต่อหรือลงทะเบียนกับบริษัทผ่านทางเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ โทรศัพท์ อีเมล การพบปะกันโดยตรง หรือโดยวิธีการอื่นใด
เมื่อท่านได้เข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการของบริษัท ผ่านทางหน้าร้าน หรือเว็บไซต์ของบริษัท
เมื่อท่านเข้าถึงหรือใช้เว็บไซต์ หรือสื่อสังคมออนไลน์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือทางโทรศัพท์
เมื่อท่านเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ กับบริษัท หรือขอใช้บริการอื่นๆ ผ่านช่องทางต่างๆ ของบริษัท
เมื่อท่านใช้สิทธิทางกฎหมาย เช่น การใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การร้องเรียน เป็นต้น
เมื่อท่านติดต่อสื่อสาร เพื่อสอบถามข้อมูล ให้ความเห็น หรือคำติชมกับบริษัท ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม ผ่านช่องทางติดต่อที่บริษัทกำหนดไว้
เมื่อท่านส่งข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่จัดขึ้นโดยหรือในนามของบริษัท และ/หรือพนักงานและคู่ค้าของบริษัท รวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในขณะที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรม
3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางอื่นๆ
เมื่อบริษัทได้รับการแนะนำเกี่ยวกับท่านจากบุคคลอื่นที่รู้จักกับท่านหรือได้รับความยินยอมจากท่านได้แนะนำท่านให้แก่บริษัท หรือเมื่อบริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากพนักงานและคู่ค้าของบริษัท เพื่อให้บริษัทติดต่อและแนะนำผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เหมาะสมแก่ท่าน
เมื่อมีบุคคลเข้ามาทำธุรกรรมหรือติดต่อกับบริษัทแทนท่าน เช่น ผู้รับมอบอำนาจ หรือตัวแทนตามกฎหมาย เป็นต้น
เมื่อบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน จากการได้รับข้อมูลจากการตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่เป็นสาธารณะ แหล่งข้อมูลส่วนตัวที่ยินยอมให้เปิดเผยได้ เว็บไซต์ และแหล่งข้อมูลสื่อสังคมออนไลน์
เมื่อท่านเข้ามาติดต่อหรือใช้บริการในพื้นที่หรือร้านของบริษัท ซึ่งบริษัทจะมีการบันทึกภาพนิ่ง เสียง และภาพเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) ระบบบันทึกเสียงผ่านระบบหรือโทรศัพท์ซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลของบริษัท
ทั้งนี้ ท่านจำเป็นต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนตามความเป็นจริงแก่บริษัทเพื่อประโยชน์ของท่านในการเข้าทำธุรกรรมใดๆ กับบริษัท และหากบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่นๆ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่บริษัทได้เก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว
กรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทจะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิมที่บริษัทได้แจ้งไว้แก่ท่านในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งท่านมีสิทธิที่จะยกเลิกความยินยอมได้ โดยติดต่อมายังบริษัท ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในท้ายของประกาศฉบับนี้
4. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวม และประมวลผลภายใต้ประกาศฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทโดยตรง หรือได้รับผ่านช่องทางอื่นๆ มีดังต่อไปนี้
4.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
1. ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ เพศ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง รูปถ่าย ลายมือชื่อ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นต้น
2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล ข้อมูลการติดต่อทางโซเชียลมีเดีย และรายละเอียดบุคคลที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น
3. ข้อมูลเกี่ยวกับการเงิน เช่น หมายเลขบัตรเครดิต/เดบิต หมายเลขบัญชีธนาคาร วันหมดอายุหลังบัตรเครดิต/เดบิต สำเนาบัญชีธนาคาร/สมุดบัญชีธนาคาร และรายละเอียดหรือข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงินอื่นๆ เป็นต้น
4. ข้อมูลสมาชิก เช่น รายละเอียดข้อมูลบัญชีสมาชิก หมายเลขสมาชิก คะแนนสะสม วันและเดือนที่เข้าร่วม/วันที่สมัคร ระยะเวลาการเป็นสมาชิก บัญชีธนาคาร และข้อมูลการชำระเงิน และการสมัครใช้บริการและผลิตภัณฑ์ รายละเอียดคำสั่งซื้อ เป็นต้น
5. ข้อมูลทางเทคนิค เช่น ข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์และระบบต่างๆ ของบริษัท ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) ข้อมูลการติดต่อและสื่อสารระหว่างท่านและผู้ใช้งานรายอื่น ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ตัวระบุอุปกรณ์ ที่อยู่และหมายเลข IP ของคอมพิวเตอร์ รหัสประจำตัวอุปกรณ์ ประเภทอุปกรณ์ ระบบและแพลตฟอร์มปฏิบัติการ ข้อมูลเครือข่ายมือถือ ข้อมูลการเชื่อมต่อ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ประเภทของเบราว์เซอร์ (Browser) รวมถึงปลั๊กอิน (Plug-in) เว็บบีคอน (Web Beacon) ข้อมูลบันทึกการเข้าออกระบบ ข้อมูลแอพพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานเข้าถึงก่อนและหลัง (Referring Website) ข้อมูลบันทึกการเข้าสู่ระบบ (Login Log) ข้อมูลรายการการทำธุรกรรม (Transaction Log) พฤติกรรมการใช้งาน (Customer Behavior) สถิติการเข้าระบบ เวลาที่เยี่ยมชมระบบ (Access Time) ข้อมูลที่ท่านค้นหา การใช้ฟังก์ชันต่างๆ ในระบบ และข้อมูลที่บริษัทได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายกัน
6. ข้อมูลอื่นๆ เช่น พฤติกรรมหรือแนวโน้มในการซื้อสินค้าและ/หรือบริการ บันทึกภาพนิ่ง เสียง และภาพเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เป็นต้น
4.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
บริษัทไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ ฯลฯ เป็นต้น ทั้งนี้ หากบริษัทจำเป็นต้องเก็บข้อมูลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการแจ้ง และขอความยินยอมจากท่านก่อนหรือขณะที่จะเก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้
กรณีบริษัทได้รับข้อมูลศาสนาที่ปรากฎอยู่ในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของลูกค้าไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่แจ้งในประกาศฉบับนี้ บริษัทไม่มีนโยบายจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ยกเว้นในกรณีที่บริษัทได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านเท่านั้น และบริษัทจะลบข้อมูลดังกล่าวตามแนวทางปฏิบัติของบริษัท
ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อการเข้าทำสัญญา หรือดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ในประกาศฉบับนี้ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจไม่สามารถขายสินค้า หรือให้บริการแก่ท่านได้ หรือท่านอาจ จะไม่สามารถใช้บริการของบริษัทได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อนหรือระหว่างการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกิจกรรมนั้นๆ ของบริษัท
5. การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลไร้ความสามารถ
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลไร้ความสามารถ เมื่อผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล (แล้วแต่กรณี) ของบุคคลดังกล่าวได้ให้ความยินยอมแล้วเท่านั้น ในกรณีที่บริษัทพบว่า ได้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวและไม่ได้ขอความยินยอมจากผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลก่อนโดยมิได้เจตนา บริษัทจะลบข้อมูลดังกล่าวทันที เว้นแต่บริษัทจะสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่น
6. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ภายใต้ฐานการประมวลผลข้อมูลที่กฎหมายกำหนด โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
|
ลำดับ |
วัตถุประสงค์ | ฐานประมวลผลตามกฎหมาย |
| 1. | เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบยืนยันตัวตนและลงทะเบียนเป็นสมาชิกผ่านช่องทางของบริษัท เช่น เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ หรือช่องทางอื่นๆ เป็นต้น | ฐานสัญญา ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| 2. | เพื่อบริหารจัดการฐานข้อมูลสมาชิก และระบบสะสมคะแนนของลูกค้าในฐานะที่เป็นสมาชิกของบริษัท และการแลกรับของขวัญ | ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| 3. | เพื่อซื้อขายสินค้าหรือให้บริการกับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ ของบริษัท | ฐานสัญญา |
| 4. | เพื่อติดต่อสื่อสาร จองการจัดส่งสินค้า จองประกอบสินค้า จัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าตามคำสั่งซื้อผ่านช่องทางต่างๆ ของบริษัท รวมถึงแจ้งสถานะการจัดส่งสินค้า | ฐานสัญญา |
| 5. | เพื่อให้บริการหลังการขาย ลงทะเบียนรับประกันสินค้า เคลมสินค้า และดำเนินการคืนเงินให้กับลูกค้า | ฐานสัญญา |
| 6. | เพื่อรับชำระและเรียกเก็บเงินค่าสินค้าและ/หรือค่าบริการของบริษัทจากลูกค้า ตรวจสอบการชำระเงิน และออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า | ฐานสัญญา |
| 7. | เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการ ข่าวสาร รวมถึงส่วนลด สิทธิพิเศษ และโปรโมชั่นให้กับลูกค้า | ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ฐานความยินยอม |
| 8. | เพื่อตอบรับความคิดเห็น ข้อร้องเรียน หรือข้อติชมเกี่ยวกับสินค้าและให้บริการ สำหรับปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ของบริษัทให้ดียิ่งขึ้น ผ่านช่องทางต่างๆ ของบริษัท | ฐานสัญญา ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| 9. | เพื่อประโยชน์ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การสัมมนา กิจกรรมแจกรางวัล และกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งท่านเลือกที่จะเข้าร่วม และเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม | ฐานสัญญา ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ฐานความยินยอม |
| 10. | เพื่อจัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ ของบริษัท เช่น การเก็บภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหว รวมถึงบทสัมภาษณ์ภายในกิจกรรม | ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ฐานความยินยอม |
| 11. | เพื่อวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาสินค้า การให้บริการ รวมถึงการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัท ให้ตรงกับความต้องการของท่าน | ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ฐานความยินยอม |
| 12. | เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำสถิติ เช่น การทำวิจัยทางการตลาด สำรวจและประเมินพฤติกรรมของลูกค้า เป็นต้น | ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ฐานความยินยอม |
|
13. |
เพื่อบริหารจัดการการดำเนินงานภายในบริษัท จัดทำแผนธุรกิจ และปรับโครงสร้างของบริษัท เช่น การซื้อ หรือขายธุรกิจไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งของบริษัท | ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ฐานความยินยอม |
| 14. | เพื่อตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของท่าน ทั้งทางร่างกาย ทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน รวมถึงป้องกันอาคาร หน้าร้าน ออกบูธและพื้นที่บริเวณของบริษัท จากความเสียหาย การทำลาย หรืออาชญากรรมอื่นๆ | ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| 15. | เพื่อดำเนินการทางคดี ชี้แจงเรื่องร้องเรียน ก่อตั้ง หรือปฏิบัติตามสิทธิเรียกร้อง รวมถึง การตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง |
ฐานปฏิบัติตามกฎหมาย |
| 16. | เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งกำหนดขึ้นโดยหน่วยงานของรัฐ หรือดำเนินการตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของพนักงานของหน่วยงานรัฐ รวมถึงการส่งข้อมูลต่างๆ เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย | ฐานปฏิบัติตามกฎหมาย |
หากบริษัทได้ขอความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านย่อมไม่กระทบถึงกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วก่อนนั้น
7. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทจะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นความลับ แต่ทั้งนี้ ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาตให้กระทำได้ หรือกรณีที่การเปิดเผยดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ดังระบุข้างต้น โดยบุคคลที่บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ได้แก่
- บุคลากรของบริษัท หมายถึง ผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในของบริษัทเท่าที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและตามความจำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์ตามประกาศฉบับนี้
- คู่ค้าทางธุรกิจ เช่น ผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการช่วง และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทมอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัท เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการเก็บบันทึกข้อมูล บริการเกี่ยวกับการชำระเงิน การทวงหนี้ ผู้ให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและระบบคลาวด์ บริการวิเคราะห์ข้อมูล บริการด้านการตลาด การโฆษณา และการสื่อสาร บริการคอลเซ็นเตอร์ ผู้จัดแคมเปญโฆษณาและงานอีเว้นท์ ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร ผู้ให้บริการข้อมูลเครดิตที่ได้รับอนุญาต บริการดูแลฐานข้อมูล บริการรับส่งไปรษณีย์ บริการขนส่งพัสดุหรือบริการรับส่งพัสดุ บริการทางกฎหมาย หรือบริการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
- บุคคลภายนอกอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด ทั้งภายในและภายนอกของบริษัท ธนาคาร ศูนย์บริหารจัดการกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่ปรึกษาการเงิน พยาน ผู้รับผลประโยชน์ ผู้มีส่วนได้เสีย คู่พิพาท คู่กรณี ผู้เสียหาย ผู้รับมอบอำนาจ เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ของบริษัท บุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์ ทำธุรกรรม หรือติดต่อกับทางบริษัท เป็นต้น
- หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นตามภารกิจ และอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร กรมการปกครอง กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาล หรือบุคคลอื่นใดที่บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลให้ตามหน้าที่ที่กฎหมายและ/หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด
หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่บริษัท ท่านต้องแจ้งประกาศฉบับนี้แก่บุคคลที่สามในนามของบริษัท และขอความยินยอมก่อนที่จะให้ข้อมูลแก่บริษัท เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติงานต่อไปได้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ ท่านรับรองความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และได้แจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบอย่างครบถ้วนแล้วเกี่ยวกับรายละเอียดตามประกาศฉบับนี้
8. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
บริษัทไม่มีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัท หน่วยงาน หรือบุคคลภายนอกใดๆ ที่อยู่ต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ดี หากบริษัทมีการส่งหรือโอนข้อมูลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทจะพิจารณาให้มั่นใจได้ว่าผู้รับข้อมูลประเทศปลายทางนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด หรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยบริษัทจะแจ้งให้ทราบ ในประกาศฉบับนี้ และขอความยินยอมของท่านสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว เว้นแต่เป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือตามที่กฎหมายกำหนด
9. การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
- บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น และเป็นไปตามที่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ของประกาศฉบับนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ หรือระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะปรับปรุงแก้ไข และแจ้งให้ท่านทราบต่อไปตามช่องทางที่บริษัทกำหนด
- บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทสิ้นสุดลง เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น หรืออนุญาตให้บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าว
- หลังจากครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น หรือหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ หรือเมื่อท่านได้ชิสิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจากการจัดเก็บหรือระบบของบริษัท และของบุคคลอื่นซึ่งให้บริการแก่บริษัท (ถ้ามี) หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
10. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในบริษัท เพื่อรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และป้องกันการเกิดเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้ประกาศบังคับใช้นโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด รวมถึงมาตรการการเข้ารหัสข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และบริษัทได้มีการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบและหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะตามความจำเป็น และเหมาะสม
11. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ท่านมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่กฎหมายกำหนด ดังต่อไปนี้
| สิทธิที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล | คำอธิบาย |
| 1. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล | ท่านมีสิทธิในการเข้าถึง และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตน รวมถึงเปิดเผยถึง การได้มาซึ่งข้อมูลของตน ซึ่งบริษัทจะดำเนินการตามคำขอภายใน 30 วันนับแต่วันที่ ได้รับคำขอ ทั้งนี้ หากคำขอของท่านมีข้อมูลในปริมาณมาก หรือมีเหตุจำเป็นอื่นที่ทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามคำขอภายในระยะเวลา 30 วันได้ บริษัทจะดำเนินการโดยเร็วที่สุดอีกไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาในช่วงแรก และจะแจ้งเหตุผลความจำเป็นและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ท่านทราบ |
| 2. สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล | ท่านมีสิทธิขอรับหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของตน ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ หรือด้วยวิธีการอัตโนมัติ |
| 3. สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล | ท่านมีสิทธิที่จะคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนได้ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น กรณีที่การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปเพื่อการดำเนินการภายใต้ ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท กรณีที่การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไป เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง กรณีที่การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นกรณีจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท เป็นต้น |
| 4. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล | ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยบริษัทจะดำเนินการภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ |
| 5. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล | ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนตามที่กฎหมายกำหนด เช่น อยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อมูลตามที่ท่านใช้สิทธิขอให้แก้ไข, หมดความจำเป็น ในการประมวลผล แต่ขอให้เก็บไว้เพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย, หรืออยู่ในระหว่างการพิสูจน์คำขอในการคัดค้านการประมวลผล เป็นต้น |
| 6. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง | ท่านมีสิทธิร้องขอให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลได้ เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนนั้นถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด |
| 7. สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม | ท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมที่ตนได้เคยให้ไว้ในทุกกรณี และบริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอม ณ ขณะที่แจ้งผลการขอเพิกถอน ความยินยอม |
| 8. สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน | ในกรณีที่ท่านพบว่าบริษัทมิได้ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือตามกฎหมาย ทั้งนี้ ก่อนการร้องเรียนดังกล่าว บริษัทขอให้ท่านโปรดติดต่อมายังบริษัท เพื่อให้บริษัทมีโอกาสได้รับทราบข้อเท็จจริงและได้ชี้แจงในประเด็นต่างๆ รวมถึงจัดการแก้ไขข้อกังวลของท่านก่อนในโอกาสแรก |
อย่างไรก็ดี กรณที่มีเหตุจำเป็นซึ่งบริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของท่านได้ เช่น บริษัทจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือการใช้สิทธินั้นๆ อาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือบริษัทจำเป็นต้องใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว โดยบริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบ
หากท่านต้องการใช้สิทธิตามข้างต้น ท่านสามารถยื่นคำขอมายังบริษัท โดยคลิกที่ แบบคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บนหน้าเว็บไซต์ของบริษัท ส่งแบบฟอร์มหรือติดต่อมาที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ตามรายละเอียดในข้อ 14.
ทั้งนี้ หากบริษัทพิจารณาคำขอของท่านแล้ว บริษัทต้องการตรวจสอบข้อมูลในคำขอของท่านเพิ่มเติม เนื่องจากรายละเอียด มีความซับซ้อน หรือท่านยื่นคำขอหลายคำขอ บริษัทอาจดำเนินการตามคำขอของท่านเป็นระยะเวลานานกว่า 30 วันแต่ไม่เกิน ไปกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะแจ้งและรายงานความคืบหน้าให้ท่านทราบ
12. การมีผลบังคับใช้ และขอบเขตของประกาศ
ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับกับสินค้า หรือบริการ และการดำเนินงานต่างๆ ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าภายใต้วัตถุประสงค์ ที่แจ้งไว้เท่านั้น ในกรณีที่ท่านมีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มของบุคคลภายนอกผ่านลิงก์ในระบบของบริษัท ท่านควรศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์มนั้นๆ แยกต่างหาก เนื่องจากบริษัทไม่มีอำนาจควบคุมและไม่รับผิดชอบต่อ การประมวลผลข้อมูลของบุคคลภายนอกดังกล่าว
13. การเปลี่ยนแปลงประกาศ
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงแก้ไขประกาศฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและ แนวทางการดำเนินงานของบริษัท โดยบริษัทจะประกาศฉบับล่าสุดไว้ที่เว็บไซต์ของบริษัท หากการแก้ไขประกาศส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์เดิมที่เคยแจ้งและ/หรือขอความยินยอมท่านไว้ บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด
14. ช่องทางการติดต่อบริษัท และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท หรือต้องการใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัท ได้ที่
- ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)
ชื่อ: บริษัท ดิจิตอล คอมเมิร์ซ จำกัด
สถานที่ติดต่อ: 158,160,162 ถนนเจริญนคร แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
LINE: @bewell
เบอร์โทรศัพท์: 092-514-9999 - เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
สถานที่ติดต่อ: 158,160,162 ถนนเจริญนคร แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
Email: [email protected]