มึนหัวเกิดจากอะไร? 8 สาเหตุที่พบบ่อย พร้อมวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น

สรุปเนื้อหาฉบับสั้น: อาการมึนหัว มึนหัว ตื้อๆ หรือมึนหัว คลื่นไส้ มักเกิดจากปัจจัยหลากหลายในชีวิตประจำวันของวัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม การเกร็งตึงของกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่จากภาวะออฟฟิศซินโดรม ตลอดจนการขาดน้ำ บทความนี้ Bewell ได้รวบรวม 8 สาเหตุหลักที่พบบ่อย สัญญาณอันตรายที่ควรพบแพทย์ พร้อมแนะนำวิธีแก้อาการมึนหัวและการปรับท่านอนอย่างถูกต้อง เพื่อคืนความสดชื่นแจ่มใสให้คุณพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ในทุกๆ วันค่ะ

1. ทำความเข้าใจอาการมึนหัว มึนหัวเกิดจากอะไรกันแน่?

อาการมึนหัว รู้สึกมึนหัว ตื้อๆ หรือหนักศีรษะ เป็นปัญหาที่พนักงานออฟฟิศหลายคนต้องเจออยู่บ่อยๆ ค่ะ การที่อยู่ๆ เราเกิดอาการมึนหัว เกิดจากอะไรนั้น สามารถมองได้หลายมิติ เพราะอาการมึนหัว (Dizziness) แตกต่างจากอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo) โดยมักเป็นความรู้สึกโคลงเคลง สมองไม่โปร่งใส รู้สึกตื้อๆ เหมือนมีอะไรมากดทับไว้บริเวณศีรษะค่ะ

โดยทั่วไป อาการมึนหัวเกิดจากการทำงานของระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบประสาท หรือการเกร็งตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอบ่าไหล่ที่ส่งผลกระทบต่อการลำเลียงเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองอย่างสะดวก ซึ่งมักจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง สมองคิดงานช้าลง และหากปล่อยไว้โดยไม่หาสาเหตุ อาจกลายเป็นอาการมึนหัว ตลอดเวลา เกิดจากอะไรที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดค่ะ

2. 8 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดอาการมึนหัว ตื้อๆ และมึนหัวตลอดเวลา

หากคุณกำลังสงสัยว่าอาการมึนหัว ตื้อๆ หรืออาการมึนหัว ง่วง นอน ตลอดเวลา เกิดจากอะไร ลองมาเช็ก 8 สาเหตุยอดฮิตที่พบบ่อยในกลุ่มพนักงานออฟฟิศกันค่ะ

  • 1. การพักผ่อนไม่เพียงพอและอดนอน: การนอนหลับน้อยทำให้ระบบประสาทอ่อนล้า สมองไม่ได้ฟื้นฟู ส่งผลให้เกิดอาการมึนหัว ง่วง นอน ตลอดเวลา และรู้สึกตื้อๆ ในวันถัดมา
  • 2. ความเครียดสะสมและการทำงานหนัก: ความเครียดส่งผลให้เส้นเลือดหดตัว และกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบศีรษะและคอตึงตัว จนเกิดอาการมึนหัว ตื้อๆ รู้สึกหนักหัวได้ค่ะ
  • 3. ภาวะออฟฟิศซินโดรมและกล้ามเนื้อคอตึงสะสม: การนั่งทำงานท่าเดิมนานๆ หรือนอนผิดท่า ทำให้กล้ามเนื้อคอกดทับเส้นเลือดและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงศีรษะ นำไปสู่อาการมึนหัวและปวดตื้อๆ บริเวณท้ายทอย
  • 4. ภาวะขาดน้ำและการดื่มน้ำน้อย: เมื่อร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ปริมาณเลือดในร่างกายจะลดลง ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง เลือดไปเลี้ยงสมองได้ช้าลง จนเกิดอาการมึนหัว คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลีย
  • 5. ความดันโลหิตต่ำหรือระดับน้ำตาลในเลือดลดลง: การงดมื้ออาหารหรือการทำงานเพลินจนลืมทานข้าว ทำให้สมองขาดน้ำตาลซึ่งเป็นพลังงานหลัก นำไปสู่อาการมึนหัว หน้ามืด หรือวูบได้ค่ะ
  • 6. การจ้องหน้าจอนานเกินไป (Digital Eye Strain): สายตาที่เพ่งจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อตาและสมองอ่อนล้า เกิดอาการมึนหัวและคลื่นไส้ร่วมด้วย
  • 7. การติดคาเฟอีนหรือดื่มกาแฟมากเกินไป: การดื่มกาแฟมากเกินไปหรือการขาดกาแฟกะทันหัน สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะและมึนหัวตื้อๆ ได้เช่นกันค่ะ
  • 8. ภาวะโลหิตจางหรือฮอร์โมนแปรปรวน: ในผู้หญิงช่วงมีประจำเดือน การสูญเสียธาตุเหล็กทำให้ระดับฮีโมโกลบินลดลง ร่างกายนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง ส่งผลให้มึนหัว ตลอดเวลา ได้ค่ะ

3. สัญญาณเตือนอันตราย! อาการมึนหัวแบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์

แม้ว่าส่วนใหญ่จะเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน แต่บางครั้งอาการมึนหัวก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงได้ค่ะ หากคุณหรือคนรอบข้างมีอาการมึนหัวร่วมกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่ควรรอช้าและต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ

  • มีอาการมึนหัวร่วมกับแขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก หรือทรงตัวไม่ได้
  • พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว ใบหน้าเบี้ยว หรือกลืนลำบากกะทันหัน
  • มองเห็นภาพซ้อน ภาพพร่ามัว หรือสูญเสียการมองเห็นไปชั่วขณะ
  • มึนหัว คลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • รู้สึกหมดสติ วูบ หรือมีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วย
  • มีอาการมึนหัว ตลอดเวลา เกิดจากอะไรที่ไม่แน่ชัด ติดต่อกันเกิน 1 สัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น

4. วิธีแก้อาการมึนหัว และการดูแลตัวเองเบื้องต้น

หากคุณเริ่มมีอาการมึนหัว ตื้อๆ ในระหว่างวันทำงาน วิธีแก้อาการ มึนหัว และการดูแลตัวเองเบื้องต้นสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรอบตัว ดังนี้ค่ะ

  1. หยุดพักสายตาและปรับเปลี่ยนท่าทาง: ใช้กฎ 20-20-20 โดยพักสายตาจากจอทุก 20 นาที มองออกไปไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อตาและลดความล้าของสมอง
  2. จิบน้ำสะอาดเรื่อยๆ ตลอดวัน: ดื่มน้ำอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ช่วยแก้ปัญหาภาวะขาดน้ำที่เป็นสาเหตุของอาการมึนหัว
  3. ปรับลมหายใจและยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ: สูดหายใจเข้าลึกๆ และค่อยๆ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัว และกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด
  4. มึนหัว กินยาอะไรดี?: หากมีอาการมึนหัวตื้อๆ หรือปวดศีรษะร่วมด้วย สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ค่ะ แต่ควรทานเมื่อจำเป็น และหากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

5. การปรับท่านอนและการเลือกหมอนสุขภาพ เพื่อลดการเกร็งคอและลดอาการมึนหัว

ทราบไหมคะว่า หนึ่งในสาเหตุซ่อนเร้นที่ทำให้พนักงานออฟฟิศรู้สึกมึนหัว ง่วง นอน ตลอดเวลา หรือตื่นนอนมาพร้อมกับอาการมึนหัว ตื้อๆ ก็คือ "ท่านอนและหมอนที่ไม่รองรับสรีระคอ" ค่ะ เมื่อหมอนสูงหรือต่ำเกินไป คอจะเกร็งพับตลอดคืน ทำให้เส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณท้ายทอยถูกกดทับ เลือดจึงไปเลี้ยงสมองได้ไม่สะดวกตลอดทั้งคืน

การแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างได้ผล คือการปรับท่านอนให้เป็นธรรมชาติ และเลือกใช้หมอนสุขภาพที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ อย่าง หมอนสุขภาพ Bewell ErgoCurve Memory Foam Pillow ที่ช่วยโอบรับส่วนโค้งของกระดูกคอได้อย่างพอดี รองรับแรงกดทับทั้งในท่านอนหงายและท่านอนตะแคง ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่ตลอดการนอนหลับ ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองทำได้สะดวก ตื่นเช้ามาอย่างสดชื่น ปราศจากอาการมึนหัวจากการเกร็งคอได้อย่างตรงจุดค่ะ

6. ตารางเปรียบเทียบข้อควรปฏิบัติและข้อควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีอาการมึนหัว (Do & Don't)

ข้อควรปฏิบัติ (Do) ข้อควรหลีกเลี่ยง (Don't)
จิบน้ำสะอาดอย่างเพียงพอตลอดทั้งวัน ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์เข้มข้นขณะมึนหัว
ลุกเปลี่ยนท่าทางอย่างช้าๆ ไม่ลุกขึ้นกะทันหัน เปลี่ยนท่าทางกะทันหัน เช่น ก้มแล้วเงยศีรษะเร็วเกินไป
นอนหลับพักผ่อนบนหมอนที่รองรับสรีระคออย่างเหมาะสม นอนหนุนหมอนที่สูงหรือแข็งเกินไปจนคอพับเกร็งตลอดคืน
พักสายตาจากหน้าจอทุกๆ 30-60 นาที เพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนต่อเนื่องนานเกิน 2 ชั่วโมง

ดูแลสุขภาพคอ ลดอาการมึนหัว เพื่อวันทำงานที่สดใสกับ Bewell

อย่าปล่อยให้อาการมึนหัว ตื้อๆ และความล้ามารบกวนประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของคุณนะคะ หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพออฟฟิศซินโดรม หรืออยากปรึกษาการเลือกหมอนสุขภาพที่เหมาะกับสรีระ Bewell พร้อมดูแลและให้คำแนะนำอย่างจริงใจค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

มึนหัวเกิดจากอะไรบ่อยที่สุดในวัยทำงาน?

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม และการเกร็งตึงของกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่จากภาวะออฟฟิศซินโดรมค่ะ

นอกจากนี้ การจ้องหน้าจอนานเกินไป การดื่มน้ำน้อย และการงดมื้ออาหารจนระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่สะดวก จนเกิดอาการมึนหัว ตื้อๆ ได้เช่นกันค่ะ

มึนหัว คลื่นไส้ ควรแก้อย่างไรเบื้องต้น?

ควรหยุดพักการทำงาน นั่งในที่อากาศถ่ายเทสะดวก จิบน้ำอุ่นช้าๆ และพักสายตาหลับตาลงสัก 10-15 นาทีค่ะ

หลีกเลี่ยงการก้มหรือเงยศีรษะเร็วๆ หากมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย สามารถประคบเย็นบริเวณศีรษะหรือใช้ยาดมสมุนไพรช่วยผ่อนคลายเบื้องต้นได้ค่ะ

หากมีอาการมึนหัว กินยาอะไรได้บ้าง?

สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการมึนหัวตื้อๆ เบื้องต้นได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานตามขนาดที่ระบุบนฉลาก และหากอาการมึนหัวเกิดจากการพักผ่อนน้อยหรือกล้ามเนื้อตึง การพักผ่อนและยืดกล้ามเนื้อจะช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ดีกว่าการทานยาต่อเนื่องค่ะ

อาการมึนหัว ตลอดเวลา เกิดจากอะไร และอันตรายไหม?

อาการมึนหัวตลอดเวลาอาจเกิดได้ทั้งจากพฤติกรรมสะสม เช่น ภาวะความเครียดเรื้อรัง กล้ามเนื้อคอตึงเรื้อรัง หรือจากโรคประจำตัวค่ะ

เช่น ภาวะโลหิตจาง ความดันโลหิตผิดปกติ หรือโรคของหูชั้นใน หากมีอาการมึนหัวต่อเนื่องหลายวันติดต่อกัน แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดนะคะ

หมอนสุขภาพ Bewell ช่วยลดอาการมึนหัวตื้อๆ ตอนตื่นนอนได้อย่างไร?

หมอนสุขภาพ Bewell ErgoCurve ช่วยจัดระเบียบกระดูกคอให้อยู่ในระนาบที่ถูกต้องขณะนอนหลับ ช่วยลดการกดทับของเส้นเลือดและกล้ามเนื้อท้ายทอยค่ะ

เมื่อไม่มีแรงกดทับบริเวณกระดูกคอ เลือดและออกซิเจนจึงไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้อย่างเต็มที่ตลอดคืน ทำให้ตื่นเช้ามาอย่างสดชื่น ปราศจากอาการมึนหัว ตื้อๆ หรืออาการตึงคอค่ะ

แหล่งอ้างอิง (References)